ประเทศต่างๆ จัดการกับความท้าทายเรื่อง COVID-19 ที่มีผลต่อการศึกษาอย่างไร

นับตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. 2562 ที่มีการรายงานการแพร่ระบาดของเชื้อ Coronavirus 2019 (COVID-19) จนถึงวันนี้ วันที่ 30 มี.ค. 2563 พบว่า นักเรียนกว่า 1.5 พันล้านคน ใน 184 ประเทศ (หรือ 87.6%% ของประชากรนักเรียนทั่วโลก) กำลังได้รับผลกระทบจากการประกาศปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 (UNESCO, 2020) เหตุการณ์นี้สร้างความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหลายประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศต่างพยายามกำหนดมาตรการเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ โดย Global Education Monitoring (GEM) Report นำเสนอข้อมูลการสำรวจมาตรการที่แต่ละประเทศพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการกับความท้าทายเรื่อง COVID-19 ที่มีผลต่อระบบการศึกษาของประเทศ

การให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ทุกประเทศกำลังแนะนำหรือปรับขนาดของการศึกษาทางไกลที่มีอยู่ บนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่หลากหลาย ประเทศส่วนใหญ่กำลังใช้อินเทอร์เน็ตและจัดหาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น อาร์เจนตินา โครเอเชีย จีน ไซปรัส อียิปต์ ฝรั่งเศส กรีซ อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก โปรตุเกส สาธารณรัฐเกาหลี ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหรัฐอเมริกา โดยเกือบทุกประเทศครูได้รับการสนับสนุนให้ใช้แอพพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการสื่อสารกับผู้เรียนและผู้ปกครอง รวมถึงการนำเสนอบทเรียนสด (live) หรือ บทเรียนออนไลน์แบบเปิด (MOOC) เนื้อหาบทเรียนยังเสนอผ่านทางโทรทัศน์และสื่ออื่นๆ (เช่น อาร์เจนตินา โครเอเชีย จีน คอสตาริกา ฝรั่งเศส สาธารณรัฐอิสลาม อิหร่าน สาธารณรัฐเกาหลี เม็กซิโกร วันดา ซาอุดีอาระเบียเซเนกัล สเปน เปรู ไทย และเวียตนาม) มีการใช้แอพพลิเคชันที่มีอยู่เพื่อรักษาการสื่อสารระหว่างครูและนักเรียน (เช่น คอสตาริกา สาธารณรัฐอิสลาม อิหร่าน และไทย)

หน่วยงานของรัฐกำลังเปิดตัวแคมเปญการตระหนักหรือกลยุทธ์การสื่อสารเกี่ยวกับการศึกษาทางไกลสำหรับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดซึ่งรวมถึงผู้ปกครอง นักเรียน และครู (เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ซาอุดิอาระเบียใช้บัญชี Twitter เป็นทางการ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการเรียนรู้ออนไลน์เป็นประจำ

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญในการจัดการเรียนการสอนทางไกล คือ ความเสมอภาคในการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากนักเรียนที่ขัดสนหรือยากจนมักมีปัญหาการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ นอกโรงเรียน ในบางกรณีนักเรียนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ไม่ดี ซึ่งหลายประเทศพยายามจัดการกับความท้าทายนี้ ตัวอย่างเช่น

  • จีนกำลังมอบคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนในครอบครัวที่มีรายได้ต่ำและเสนอแพ็คเกจ mobile data และ เงินอุดหนุนการสื่อสารโทรคมนาคมสำหรับนักเรียน
  • ฝรั่งเศสมีการพยายามให้ยืมอุปกรณ์และมอบหมายงานแบบกระดาษแทนอิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ให้กับผู้เรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือคอมพิวเตอร์ได้
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างสายด่วนสำหรับครูและนักเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือด้านเทคนิค
  • โรงเรียนในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ใช้บริการการเรียนรู้ออนไลน์เว้นแต่จะมีการเข้าถึงอย่างเป็นธรรม
  •  รัฐบาลโปรตุเกสเสนอความร่วมมือกับบริการไปรษณีย์ส่งแผ่นงาน (working sheets) ที่ต้องทำที่บ้านให้นักเรียน

การปรับปฏิทินโรงเรียนและปฏิทินการสอบเป็นเรื่องสำคัญ

การปิดโรงเรียนเป็นเวลานานมีผลกระทบอย่างมากต่อปฏิทินโรงเรียน ซึ่งในหลายกรณีสอดคล้องกับระยะเวลาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลายประเทศเปลี่ยนกำหนดการสอบและการประเมินผลสำหรับการศึกษาทุกระดับรวมถึงมหาวิทยาลัย (เช่น ชิลี จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สเปน และเวียดนาม) จีนยังคงให้มีการสอบออนไลน์ สำหรับกรณีที่จำเป็นบางกรณีที่ไม่สามารถเปลี่ยนวันสอบโดยมีการแนะนำการเตรียมการพิเศษ เช่น การจำกัดจำนวนนักเรียนที่สามารถทำการสอบได้ในคราวเดียว เพื่อความปลอดภัยของผู้สอบ (เช่น ญี่ปุ่น และไทย) นอกจากนี้ ปฏิทินโรงเรียนยังได้รับการปรับเพื่อรองรับวันเรียนที่หยุดไป (เช่น สเปน สาธารณรัฐเกาหลี และเวียดนาม) ในบางกรณี ในสหรัฐอเมริกาการสอบทั้งหมดของรัฐถูกยกเลิกสำหรับปีการศึกษา 2019-2020 (เช่น รัฐฟลอริดา และรัฐวอชิงตัน)

การปิดโรงเรียนยังส่งผลต่อกำหนดการฝึกอบรมครูและการออกใบอนุญาตครู ในจีนได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูออนไลน์ ในญี่ปุ่นมีการออกใบอนุญาตครูแบบชั่วคราวสำหรับครูที่ไม่สามารถเข้าร่วมฝึกอบรมการต่ออายุใบอนุญาต ในศจีนการสอบวุฒิการศึกษาของครูได้รับการเลื่อนออกไป ครูในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มได้รับการฝึกอบรมพิเศษอย่างต่อเนื่องโดยใช้ระบบเทคโนโลยีใหม่เป็นครั้งแรก ในชิลีใช้  webinars และมีการจัดอบรมเรื่องการสอนและการบริหารออนไลน์ให้กับผู้ที่ต้องการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล

การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่า อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญยิ่ง

เด็กและเยาวชนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสต้องพึ่งพาอาหารฟรีหรืออาหารลดราคาของโรงเรียน ในญี่ปุ่นครอบครัวจะได้รับเงินค่าเล่าเรียนคืนในช่วงที่ปิดโรงเรียนและในหลายโรงเรียนอาหารกลางวันของโรงเรียนจะถูกส่งไปยังครอบครัวของเด็ก ในอาร์เจนตินาและรัฐวอชิงตันของสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินมาตรการเพื่อดำเนินโครงการอาหารในโรงเรียนแม้จะปิดทำการ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้โรงเรียนจัดอาหารแบบ “pick-up and go” และบางพื้นที่อนุญาตให้ครอบครัวไปรับอาหารจำนวนมากเพื่อนำกลับไปรับประทานในช่วงหลายวัน ในจีนมีการดำเนินการเพื่อรับประกันการจัดหาอาหารอย่างต่อเนื่องสำหรับนักเรียนที่อยู่ห่างจากโรงเรียน ในคาตาโลเนียของสเปน กำลังสร้างความมั่นใจในมื้ออาหารที่มีคุณค่าสำหรับเด็กที่ด้อยโอกาสด้วยการออกบัตรเครดิตที่สามารถใช้แลกซื้ออาหาร

การแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองและผู้ดูแลได้กลายเป็นความท้าทาย

การเรียนทางไกลและที่บ้านย่อมเป็นภาระอย่างมากต่อผู้ปกครองและผู้ดูแล  ในจีนมีการสนับสนุนการสอนออนไลน์แก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแล ในอิตาลียังเสนอหลักสูตรออนไลน์เกี่ยวกับวิธีจัดการความสัมพันธ์กับผู้เรียนในระหว่างการหยุดเรียน ในทำนองเดียวกันในสเปนมีแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชันสื่อสารที่หลากหลาย เช่น Edugestio ซึ่งครูและผู้ปกครอง/ผู้ดูแลร่วมแบ่งปันและร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ บางประเทศเช่นกัวเตมาลากำลังให้แนวทางการสอนและสื่อการเรียนรู้แก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าการเรียนรู้จะดำเนินต่อไปแบบออฟไลน์ ประเทศต่างๆ พยายามเปิดโรงเรียนแบบจำกัดจำนวนเพื่อรองรับเด็กที่ไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ (เช่น ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) ในประเทศที่ประชาชนไม่ได้ถูกสั่งให้เก็บตัวอยู่เฉพาะในบ้านจะมีการจัดให้มีการเยี่ยมเยียนครูกับครอบครัวเป็นประจำเพื่อติดตามความคืบหน้าและความเป็นอยู่ของนักเรียนและเพื่อแนะนำผู้ปกครอง/ผู้ดูแล (เช่นญี่ปุ่น และไทย)

การแยกทางสังคมของเด็กจะต้องได้รับการแก้ไข

โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ เมื่อโรงเรียนปิด เด็กและเยาวชนจำนวนมากคาดการติดต่อทางสังคมที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และการพัฒนา แอพพลิเคชันการสื่อสารออนไลน์ถูกนำมาใช้เพื่อการสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนและในหมู่นักเรียนในหลายประเทศ (เช่น ไทย) ห้องเรียนออนไลน์แบบอินเทอร์แอคทีฟสร้างโอกาสการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม นอกจากนี้ในหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สเปน และสหรัฐอเมริกา มีการช่วยเหลือด้านจิตวิทยาแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือรวมถึงสายด่วน 24 ชม. และการโทรติดตามเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกโดดเดี่ยว

 

ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ประเทศต่างๆ ใช้วิธีการหลายหลากเพื่อลดผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ต่อการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ภาพรวมนี้แสดงให้เห็นว่านโยบายไปไกลกว่าแค่การนำเสนอรูปแบบการเรียนทางไกล แต่ยังรวมถึงมาตรการเพื่อแก้ไขมิติทางสังคมของวิกฤตนี้ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กๆ ในหลายวิธี

ที่มาข้อมูล

 292 total views,  3 views today